จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

Unknown

เหตุการณ์ระเบิดพลีชีพที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ที่คุณอาจยังไม่รู้

หลายคนมักจะรวบรวมเพียง    Data (ข้อมูล) และ Information (สารสนเทศ) น้อยคนที่สามารถสรุปเป็น Knowledge (องค์ความรู้) เพื่อพัฒนาสู่ Wisdom (ปัญญา)



     ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของ Knowledge ของกรุงบรัสเซลส์ เพื่อถอดรหัสให้เป็น Wisdom 



1. ท่านทราบหรือไม่ว่า เบลเยี่ยมประกาศยอมรับศาสนาอิสลามเป็นหนึ่งในศาสนาประจำชาติตั้งแต่ปี 1974

2. ท่านทราบหรือไม่ว่า วันอีดฟิฏรีและอีดอัฎฮา เป็นวันหยุดราชการในเบลเยี่ยม

3. ท่านทราบหรือไม่ว่ามุสลิมในเบลเยี่ยมมีจำนวนทั้งสิ้น 700,000 คน หรือ 6% จากประชากรทั้งหมด 11 ล้านคน

4. ท่านทราบหรือไม่ว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรในกรุงบรัสเซลส์เป็นมุสลิมส่วนใหญ่แล้วมาจากมอร็อคโค

5. ท่านทราบหรือไม่ว่า เบลเยี่ยมมีกฎหมายรับรองมัสยิดและสนับสนุนการก่อสร้างมัสยิดบางแห่งในเบลเยี่ยม

6. ท่านทราบหรือไม่ว่า อิมามมัสยิดในเบลเยี่ยมจำนวน 250 คน รับเงินเดือนโดยตรงจากกระทรวงว่าการยุติธรรม

7. ท่านทราบหรือไม่ว่าลูกหลานมุสลิมในเบลเยี่ยมมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาทางอิสลามศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และรัฐบาลให้เงินเดือนแก่ครูอิสลามศึกษาจำนวนมากกว่า 800 คนทั่วประเทศ

8. ท่านทราบหรือไม่ว่ามีมัสยิดในเบลเยี่ยมกว่า 300 แห่ง

9. ท่านทราบหรือไม่ว่า มุสลิมเบลเยี่ยมสามารถขออนุญาตเปิดโรงเรียนสอนศาสนาพร้อมรับเงินอุดหนุนและสวัสดิการ

10. ท่านทราบหรือไม่ว่า ช่วง 10 ปีหลังนี้ มีชาวเบลเยี่ยมดั้งเดิมรับอิสลามจำนวน 1,000 คนต่อปี จนกล่าวกันว่า เบลเยี่ยมคือผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอิสลาม
..........
Read More
Unknown

แผนร้ายสะเทือนขวัญ!!! ชาวไทยทั้งชาติ

     พบแผนร้ายสะเทือนขวัญชาวไทยทั้งชาติ มุสลิมมิได้มุ่งยึดครอง ๓ จังหวัดภาคใต้เท่านั้น แต่วางแผนยึดไทยทั้งประเทศอย่างลึกซึ้งแยบยล และได้ดำเนินงานตามแผนมาตามลำดับจนใกล้บรรลุผลสำเร็จแล้ว ดังนี้

๑. วางแผนยึดสถาบันพระมหากษัตริย์เปลี่ยนให้เป็นกษัตริย์มุสลิม
     ได้มีการส่งลูกสาวของแกนนำ มุส ลิมระดับสูงซึ่งมีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งมี
หน้า ตาดีเข้าไปถวายตัวกับ"เจี่ย" เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีลูกเมื่อใด พระราชวงศ์ทุกพระองค์ที่มีศักดิ์สูงกว่าจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต และเด็กคนนี้จะถูกอบรมเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์มุสลิมที่เคร่งครัด แม้จะบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ แต่เมื่อองค์กษัตริย์เป็นชาวมุสลิมทั้งตัวและหัวใจแล้ว การจะแก้เรื่องนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก และเมื่อยึดสถา
บันพระมหากษัตริย์ได้ การจะเปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศมุสลิมก็ทำได้ง่ายเหมือนที่เคยเกิด ขึ้นมาแล้วในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเคยเป็นเมืองพุทธมาก่อน

๒. วางแผนเปลี่ยนกองทัพไทยให้เป็นกองทัพมุสลิม
     เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ทหารมุสลิมขึ้นมาเป็นผบ.ทบ.และเป็นหัวหน้าคณะ ปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน มีอำนาจควบคุมกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จ นายทหารที่เป็นชาวมุสลิมจึงได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งกันขนานใหญ่ และขณะนี้กำลังมีการวางแผนลับสืบทอดอำนาจระยะยาวเปลี่ยนกองทัพ ไทยให้เป็นกองทัพมุสลิม 

     โดยพลเอกสนธิ ผบ.ทบ.ซึ่งมีอำนาจเด็ดขาดในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับพันเอกพิเศษลงไป ได้วางตัวนายทหารมุสลิมเตรียมไว้แล้ว และเมื่อถึงจังหวะเหมาะก็จะเซ็นแต่งตั้งนายทหารมุสลิมเหล่านี้เข้ามาเป็น ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับกองพันที่สำคัญกุมจุดยุทธศาสตร์ อาทิ กรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ มีกำลังทหาร ๘,๐๐๐ นาย กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์มีกำลัง ๖,๐๐๐ นาย กรมทหารราบที่ ๓๑ มีกำลัง ๑๐,๐๐๐ นาย กรมทหารราบที่ ๒๑ และหน่วยกำลังสำคัญในกองพลทหารม้าที่ ๒ สนามเป้า เป็นต้น 

     นายทหารมุสลิมเหล่านี้จะจงรักภักดีและเชื่อฟังพลเอกสนธิยิ่งกว่าผู้บังคับ บัญชาตามลำดับชั้นของตน ดังนั้น ผู้บังคับการกรมมุสลิมเพียง ๑๐ – ๒๐ กรม คุมกำลังทหารประมาณ ๕๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ นาย จะทำให้ดุลอำนาจในกองทัพเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม้พลเอกสนธิจะเกษียณอายุจากตำแหน่งผบ.ทบ. เข้าไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะสามารถควบคุมกองทัพได้เช่นเดิม ผ่านนายทหารมุสลิมเหล่านี้ และสามารถขยายการควบคุมออกไปจนเปลี่ยนกองทัพไทยเป็นกองทัพมุสลิมทั้งหมด 

     เพราะแม้ทหารส่วนใหญ่เป็นพุทธ แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาเป็นมุสลิม ทุก คนก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ดังที่เคยเกิดในประเทศเวียดนามมาแล้ว ที่แม้ประชาชนเป็นพุทธกว่า ๙๐% แต่ประธานาธิบดีเหงียนเกากี เป็นคริสต์ และตั้งทหารคริสต์คุมกองทัพ คุมกระทรวงมหาดไทย และปราบปรามกดขี่ชาวพุทธอย่างรุนแรง จนพระภิกษุต้องประท้วงโดยการเผาตัวตาย และเวียดนามต้องสิ้นชาติในที่สุด

๓. เข้ายึดกุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน
     เมื่อพลเอกสนธิปฏิวัติเสร็จ ได้ตั้งพลเอกสุรยุทธ์ เป็นนายกฯ ขัดตาทัพก่อน เพราะบารมีของตนในขณะนั้นยังไม่เพียงพอ จากนั้นเร่งสร้างฐานอำนาจทั้งในกองทัพ องค์กรอิสระ และวงการเมืองอย่างเต็มที่ เมื่อพร้อมก็กดดันอย่างหนักให้พลเอกสุรยุทธ์ลาออก เพื่อตนจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเอง จัดตั้งรัฐบาลมุสลิมชุดแรกในประวัติศาสตร์ ปกครองประเทศไทยต่อไป

     ข้าราชการคนไหนเป็นชาวมุสลิม หรือเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม ก็จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว นักธุรกิจคนไหนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามก็จะได้รับความสะดวก ได้การสนับสนุนจากรัฐ การเป็นชาวมุสลิมเป็นสิ่งมีเกียรติ ใครเป็นชาวพุทธ เป็นเรื่องต่ำ ต้อย ถูกดูถูกเหยียดหยาม วัฒนธรรมชาวมุสลิมจะได้รับการส่งเสริมเผยแพร่ตามสื่อมวลชนทุกแขนง และผ่านระบบการศึกษา สังคมไทยจะถูกดูดกลืนปรับเปลี่ยนเป็นสังคมมุสลิม สอดประสานกับการเปลี่ยนสถาบันกษัตริย์ให้เป็นกษัตริย์มุสลิม

๔. สร้างรัฐอิสลามซ้อนขึ้นในรัฐไทยและขยายตัวกลืนรัฐไทยทั้งหมดให้กลายเป็นสาธารณรัฐอิสลาม
     ขณะนี้คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนาฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ร่างพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรอิสลามเรียบร้อยแล้วเตรียมเสนอเข้าพิจารณาใน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และจะออกมามีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๐ นี้ พ.ร.บ.กลืนชาติไทยฉบับนี้ เป็นการแก้ไขจากฉบับปี ๒๕๔๐ และมีการหมกเม็ดสาระสำคัญที่จะพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดินไทยทั้งมวล ๓ ประเด็นหลัก คือ

๔.๑ มาตรา ๘ “จุฬาราชมนตรีมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อทางราชการเกี่ยว กับศาสนาอิสลาม” ที่ร้ายกาจอย่างยิ่งยวดก็คือ ได้เพิ่มข้อความในวรรคท้ายว่า คำปรึกษา ความเห็น และข้อวินิจฉัยของจุฬาราชมนตรีตามความในวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด ส่วนราชการและมุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติตาม”

      นี่ไม่ใช่คำปรึกษาหรือความเห็นแล้ว แต่มันคือคำประกาศิตที่เป็นที่สุดใครจะโต้แย้งใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น และบังคับให้ส่วนราชการไทย คือ ทั้งศาล อำนาจบริหาร และนิติบัญญัติ จะต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีข้อแม้ 

     ดังนั้นจุฬาราชมนตรี ก็จะกลายเป็นเจ้าชีวิตของมุสลิมทุกคน และบังคับรัฐไทยจะต้องปฏิบัติตามคำประกาศิตของจุฬาราชมนตรีในทุกเรื่องที่ เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ซึ่งจะตีความให้กว้างเชื่อมโยงไปมากเท่าใดก็ได้ รัฐไทยก็จะเปรียบเสมือนเป็นอาณานิคมของรัฐอิสลามที่เกิดซ้อนขึ้นมาในรัฐไทยนั่นเอง

๔.๒ มาตรา ๑๓ เมื่อเห็นสมควร กระทรวงศึกษาธิการอาจจัดตั้ง “อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และอิสลามวิทยาลัยประจำจังหวัด”ขึ้น เพื่อให้การศึกษาและอบรมทางวิชาการศาสนา วิชาการทั่วไป และวิชาชีพได้

      เพียงแค่โรงเรียนปอเนาะ ตาดีกา ที่เป็นแหล่งเพาะผู้ก่อการร้ายในปัจจุบัน เราก็รับมือกันแทบไม่ไหวอยู่แล้ว นี่จะขยายขึ้นมาถึงระดับเป็นอิสลามวิทยาลัยและจะตั้งทุกจังหวัด ถามว่า ทั้งผู้เรียน ทั้งครู เป็นม ุสลิมทั้งหมด แล้วใครจะเข้าไปตรวจสอบการเรียนการสอนการอบรมในอิสลามวิทยาลัยเหล่านี้ มีอะไรเป็นหลักประกันว่า อิสลามวิทยาลัยนี่จะไม่กลายเป็นสถาบันบ่มเพาะมุสลิมหัวรุนแรงอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย สามารถให้ปริญญาตรี โท เอก โดยดูดเอาทรัพยากรจากภาษีอากรของชาวพุทธไปหล่อเลี้ยง

๔.๓ มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลามต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการภายในจังหวัด ฉบับเดิมเมื่อปี ๒๕๔๐ ระบุเพียงให้คำปรึกษาต่อผู้ว่าฯ เท่านั้น แต่ฉบับใหม่นี้ เพิ่มว่า “และส่วนราชการภายในจังหวัดด้วย นั่นคือ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด สามารถเข้าไปแทรกแซงสั่งการการทำงานของทุกส่วนราชการในจังหวัด ทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยราชการต่างๆ ได้ทั้งหมด 
     ถ้าสั่งแล้วใครไม่เชื่อก็บอกจุฬาราชมนตรีประกาศิตลงมาบังคับได้ทันที คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะทำหน้าที่ชี้นำ ดำเนินการกลืนสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมมุสลิมอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม เป็นระบบ

     เราจะเห็นการเตรียมการวางแผนเรื่องนี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่พลเอกสนธิ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ โดยสมาชิกในส่วนตัวแทนทางศาสนาจำนวน ๑๑ คน มีรายนามดังนี้
๑. นายกีรติ บุญเจือ (คริสต์)
๒. นายวรเดช อมรวรพิพัฒน์ (พุทธ)
๓. นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก &nbs
p; (พุทธ)
๔. นายวินัย สะมะอุน (อิสลาม)
๕. นายแว ดือ ราแม มะมิงจิ (อิสลาม)
๖. นายดำรง สุมาลยศักดิ์ (อิสลาม)
๗. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ (อิสลาม)
๘. นายอับดุลเราะแม เจะแซ&am p;nb sp; (อิสลาม)
๙. นายอับดุล รอซัค อาลี (อิสลาม)
๑๐. นายอิสมาแอล อาลี (อิสลาม)
๑๑. นายอิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา (อิสลาม)

     ในประเทศไทยที่ประชากรร้อยละ ๙๔ เป็นพุทธ มีมุสลิมอยู่เพียงร้อยละ ๕ แต่พลเอกสนธิ กล้าที่จะแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เป็นตัวแทนศาสนาเป็นชาวพุทธเพียง ๒ คน แต่เป็นชาวมุสลิมถึง ๘ คน นี่คือการไม่เป็นหัวชาวพุทธเลย และเป็นการเตรียมคนไว้รองรับการออกพระราชบัญญัติฉบับ “กลืนชาติไทย” นี้นี่เอง 


    พี่น้องชาวไทยทุกท่าน ท่านจะนั่งเงียบเฉยมองดูประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ล่มสลายลงไปต่อหน้าต่อตา หรือจะลุกขึ้นมาสู้ ช่วยกันปกปักรักษาประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราไว้ 

     ทหารหาญแห่งกองทัพไทยทุกท่าน ท่านตอบตัวเองได้หรือยังว่า ท่านเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือเป็นทหารของผู้ นำมุสลิม ท่านจะยอมตนลงเป็นทาส หรือจะปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยชีวิตตามคำสัตย์ปฏิญาณ

     ขณะนี้ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตที่ร้ายแรง ที่สุด เหมือนยืนอยู่ที่ปากเหวแห่งความล่มสลาย แต่ถ้าพี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่าร่วมรวมพลังไม่เพิกเฉยดูดาย ก็ไม่เหลือวิสัยที่จะกอบกู้แก้ไขสถานการณ์ร้ายนี้

“ชะตาของชาติไทยอยู่ที่การตัดสินใจสู้ของท่าน”
(โปรดช่วยกันทำสำเนาส่งข่าวนี้ให้รู้โดยทั่วกันให้กว้างขวางที่สุด)

ข้อมูลจาก http://www.dek-d.com/board/view/859910/
Read More
Unknown

ประเทศศรีลังกา ต่อต้านอิสลาม

ประเทศศรีลังกา มีการต่อต้านอิสลามในช่วงปี 2013


     เกี่ยวกับอาหารฮาลาล ตราสัญญาลักษณ์ และการสร้างมัสยิด เมื่อมีหลักการเหตุผล ตามหลักอริยธรรมแล้ว รัฐบาลศรีลังกา ประกาศยกเลิกการสร้างโรงงาน อาหารฮาลาล ยกเลิกตราสัญญาลักษณ์อิสลาม และห้ามสร้างมัสยิด 
     ข่าวการชุมนุมต่อต้านมุสลิมดังกล่าว ของพระภิกษุและชาวพุทธศรีลังกาอย่างสงบไม่มีอาวุธ 

     แต่กลุ่มมุสลิมกับสร้างความวุ่นวายใช้ก้อนหินขว้างปาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเกิดความวุ่นวาย ตำรวจที่เป็นมุสลิมไม่ได้จับกุมดำเนินคดี ของกลุ่มมุสลิม จึงถูกรัฐบาลเรียกตัวดำเนินคดีกับนายตำรวจที่ปล่อยให้มีการขว้างปาก้อนหินใส่ผู้ชุมนุม


      จะเห็นได้ว่าศาสนาอิสลาม นั้นป็นภัยคุกคามต่อพุทธศาสนาทั้งในศรีลังกา และอีกหลายๆ ประเทศ เช่น อัฟกานิสถาน ปากีสถาน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ในอดีตเคยเป็นประเทศแห่งพุทธศาสนามาก่อน แต่โดนศาสนาอิสลาม "กลืนชาติ" ดังที่ปรากฎแก่สายตาโลกในปัจจุบัน
Read More

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

Unknown

การโอนกิจกรรมการทำพิธีฮัจย์ของศาสนาอิสลาม

การโอนกิจกรรมการทำพิธีฮัจย์ของศาสนาอิสลาม ไปอยู่กรมการปกครอง  (ย้ายจากกรมการศาสนา) 

      เป็นการรุกคืบอีกก้าวของศาสนาอิสลาม ที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมากสำหรับชาวพุทธ เพราะจะมีการขยายผลตามมาอีกมากมาย คือ

๑. จะเกิดหน่วยงานระดับ กรม/กอง  เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย และจะมีพนักงานเจ้าหน้าที่มุสลิมเกิดขึ้นจำนวนมาก

๒. งบประมาณจะถูกเทกระจาดมาลงที่หน่วยงานนี้จำนวนมหาศาล

๓. เป็นการขยายอิทธิพลของศาสนาอิสลาม อย่างเป็นระบบ และถูกกฎหมาย และมีหน่วยงาน  เป็นที่อิงอาศัยอย่างสมบูรณ์

๔. ผลพวงด้านอื่น ๆ  จะมีการเชื่อมโยงได้ง่ายภายในกระทรวงมหาดไทย   เช่น  การเชื่อมโยงกับหน่วยงาน  การปกครองท้องถิ่น   

      แผนการลงไปสู่ชุมชนด้านอื่น ๆ  ที่ยังจ่อค้างไว้ ได้แก่ ธนาคารมุสลิม จะได้เข้าควบ ธกส.ต่อไป รอวันขยับมาตรการหรือกลยุทธในการขยายศาสนาในอนาคต


     ขณะเดียวกันชาวพุทธที่มีตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง ก็ยังไม่รู้สึกหนาวร้อนอะไรเลย  พระสงฆ์เองก็คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะมีข้อจำกัด หลายประการ 
     อย่างไรก็ตามก็คงหวังพึ่งชาวพุทธบางส่วนที่แม้ไม่ค่อยมีตำแหน่งสำคัญ  แต่มีหัวใจสำคัญ คอยค้ำยันในอนาคต 

     ข่าวสำคัญเช่นนี้ เราชาวพุทธ ควรต้องทราบ และส่งข่าวให้ชาวพุทธ ได้รับรู้ทั้งประเทศ โดยเฉพาะองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย



Read More

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

Unknown

แถลงด่วน "นพ.มโน เลาหวณิช" ไม่ใช่ "แพทย์" รพ.กรุงเทพ

รพ.กรุงเทพ แถลงด่วน "นพ.มโน เลาหวณิช" ไม่ใช่ "แพทย์" ของโรงพยาบาล « on: Today 14-03-2016 at 04:20:02 AM »
เฮ้ยยยยย สรุปที่พูดมาทั้งหมด "ลวงโลกเหรอ?"

รพ.กรุงเทพ แถลงด่วน "นพ.มโน เลาหวนิช" ไม่ใช่ "แพทย์" ของโรงพยาบาล แต่กลับใส่ชุดแพทย์ ไปนั่งให้สัมภาษณ์ในห้องตรวจโรคและ จนท. โรงพยาบาลบอกสื่อมวลชนว่าว่า 

"นายแพทย์มโนไม่ใช่หมอ แต่ว่าเป็นคนไข้"


6 มี.ค. 58 สืบเนื่องจากกรณี นายยุคล วิเศษสังข์ ผู้ดำเนินรายการเปิดประเด็นร้อน และนายธราวุฒิ ฤทธิอักษร ผู้ประกาศและผู้ดำเนินรายการคุยนอกข่าว ของสำนักข่าวทีนิวส์ ถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพกักตัวและขอให้ลบเทปสัมภาษณ์ หลังไปสัมภาษณ์ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระวัดพระธรรมกาย เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด โรงพยาบาลกรุงเทพ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องขอให้สำนักข่าวทีนิวส์ลบภาพการสัมภาษณ์ นพ.มโน นั้น เพราะนพ.มโน แต่งกายเป็นแพทย์ นัดนักข่าวมาให้สัมภาษณ์ที่ รพ.กรุงเทพ ทั้งที่ไม่ใช่แพทย์ของ รพ.กรุงเทพ โดยใช้สถานที่ห้องตรวจ และนั่งบนเก้าอี้แพทย์ด้วย ทาง รพ.จึงกังวลว่า ถ้าภาพถูกเผยแพร่ออกไป จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคม ว่า รพ.กรุงเทพ มีส่วนสนับสนุนการให้สัมภาษณ์นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า แถลงการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำบอกเล่าของ นายยุคล ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ทีนิวส์ สด.ลึก.จริง" ช่วงหนึ่งว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบอกกับทางทีมงานว่า "นายแพทย์มโนไม่ใช่หมอ แต่ว่าเป็นคนไข้" ซึ่งทำให้ทางทีมงานแปลกใจมาก เพราะจากพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่พยาบาลที่มาต้อนรับทีมงาน และจัดสถานที่ให้ ทั้งยังเรียกนายแพทย์มโนว่า "คุณหมอ" ในตอนแรกนั้น ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม จากการเข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ผ่าน URL : https://www.bangkokhospital.com/th/centers-and-clinics/… ปรากฎว่าไม่พบชื่อของ นพ.มโน เลาหวณิช เป็นแพทย์ของทางโรงพยาบาลแต่อย่างใด
Read More
Unknown

เรื่องของคุณมโน ที่หายไปจากสารระบบ

เรื่องนายมโนตอนออกจากวัดพระธรรมกายเป็นที่หายไปจากสารบบ คือ ทำไมถึงออกจากวัดพระธรรมกาย ในกลางพรรษาปี 2537พระมโน (ในขณะนั้น) กำลังทำเรื่องนายรูดี้ที่ฆ่าพระในอเมริกา เรี่ยรายจากโยมหลายสิบล้าน เรื่องนี้มีคนพูดมากแล้ว ขอยกไว้ แต่จุดที่ออกจากวัดไม่เคยมีใครพูดถึงคือ พระมโน มาขอหลวงพ่อรองเจ้าอาวาสไปประชุมที่อียิปต์ ในรายการที่ไม่เกี่ยวอะไรกับการเผยแผ่พุทธศาสนาจากกำหนดการจะต้องขาดพรรษา. 

อย่างที่ทราบกันพระมโนตั้งแต่วันบวช ก็ร่อนเร่ไปอยู่ต่างประเทศ ไม่คุ้นกับการทำตามวินัย จำพรรษา ซึ่งครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่พระมโนจำพรรษาที่วัดพระธรรมกาย หลังจากบวชแล้ว 13 ปี     หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสไม่อนุญาตเพราะไม่เอื้อพระวินัย ด้วยความดื้อรั้นเอาแต่ใจก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ครูบาอาจารย์ จะไปให้ได้ ที่สุดพระมโนได้ยื่นคำขาดว่า "ถ้าหลวงพ่อไม่ให้ไปผมก็จะขอลาออกจากวัด ?"

หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสจึงให้กลับไปคิดให้ดีหนึ่งคืน . 

พระมโนคงคิดด้วยความคิดเอาตนเป็นใหญ่ มองไม่เห็นสิ่งที่หลวงพ่อเตือนให้เอื้อเฟื้อกับพระวินัยตั้งใจจะแหกพรรษาไปเช้ารุ่งขึ้นจึงเอาจดหมายลาออกมายื่นหลวงพ่อรองเจ้าอาวาส

หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสได้รับหน้าที่ปกครองพระสงฆ์ในปีนั้นมีประมาณ 700 รูป มีกฏระเบียบสำหรับคนหมู่ใหญ่ จึงสุดที่จะทัดทาน หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสจึงจำใจรับการลาออกนั้น 

พระมโนเมื่อออกไปแล้ว เมื่อต้องอยู่เอง กินเอง ไปได้ไม่นาน ไม่ถึงปลายปี ไปขอให้เจ้าภาพใหญ่ระดับคุณหญิงท่านหนึ่งมาขอให้หลวงพ่อรับกลับ

 เป็นเรื่องที่หลวงพ่อทำได้ลำบากเพราะจะเสียการปกครอง เห็นแก่สงฆ์หมู่ใหญ่ ที่จะไม่ให้เอาแต่ใจเป็นเยี่ยงอย่าง จึงปฏิเสธ 

พระมโนจึงสิ้นสุดความเป็นพระวัดพระธรรมกายด้วยประการฉะนี้

อย่ามาตีเนียนว่าเห็นความไม่ชอบมาพากลของหลวงพ่อจึงทำตัวเป็นฮีโร่ ออกมาต่อต้าน แม้เนรคุณ ฟังแล้วเสียดายอาหารที่ทานเข้าไป. 

พอเถอะนายมโน คุณจะเคียดแค้น อาฆาต จองเวร หลวงพ่อไปทำไม พยายามอย่างยิ่งที่จะได้คำว่า "ศิษย์เนรคุณ คิดล้างครู" ทำไม  

cr.ศิษย์วัดใหญ่ ภายในสุดๆ กว่า 30 ปี
Read More
Unknown

นี่มันอย่างไรกัน! ใครมีข้อมูลอธิบายด่วนๆๆๆ






Read More