จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

Unknown

พม่าไม่ใช่ไทย ทำอะไรก็ได้ในไทย แต่อย่าด่าอัลเลาะห์

เฮ้ย! พม่าไม่ใช่ไทยนะเว้ย  !

เขาเป็นประชาธิปไตยแล้ว. !!

โธ่.... พม่าไม่ใช่ไทย 

ทำอะไรก็ได้ในไทย แต่อย่าด่าอัลเลาะห์เป็นใช้ได้ .... รู้เป่า? 

กขค...ฮ.  .ยัดคุกมึงแน่


• ศาลพม่าฟันคุก2ปีหนุ่มกีวีหมิ่นพุทธ ติดรูปพระสวมหูฟัง
http://news.truelife.com/detail/12331
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

Unknown

ทำไมชาวพุทธไทยต้องยอมมุสลิมมากมาย!!!

"มุสลิมโต้แย้ง ดร.บรรจบ :
เกี่ยวกับบทความเรื่อง 'ทำไมชาวพุทธไทยต้องยอมมุสลิมมากมาย'...
ฤาถึงเวลา..มาถึง วิถีพุทธ เสียที"
+×÷=+÷÷=


@  ผมจำได้ว่า บทความเรื่องนี้เป็นบทความที่สองที่เขียนลงเฟชบุคเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๗ ซึ่งผมลืมไปแล้ว เพราะมัวแต่ทำงาน  ก็พอดีมีคนส่งไลน์จากพันทิพย์มาให้  ข้อเขียนโต้แย้งถามว่า

      "...ประเทศไทยจำเป็นเหรอต้องเป็นพุทธ เจ้าของบทความ (บรรจบ)เหมือนผูกขาดว่าประเทศไทยต้องพุทธเท่านั้น
      เลิกละเมอได้แล้ว จะศาสนาอะไรขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งหมด ถ้าวันนึงหันมารับอิสลามกันหมด คนไทยก็ยังเป็นคนไทยนี่ครับ..."

@  ขอตอบว่า ไม่ได้มีเจตนาบอกว่า เมืองไทยต้องเป็นพุทธเท่านั้น  แต่ต้องการบอกว่าความสงบสุขของพุทธหรือแบบพุทธจะสูญสิ้นไป ถ้าคนนับถือศาสนาอิสลามมีมากขึ้น ที่บอกอย่างนี้ก็เพราะว่า คนมุสลิมคงไม่ปรานีคนพุทธเหมือนอย่างที่คนพุทธปรานีมุสลิมแน่นอน

@ ข้อสันนิษฐานนี้คงไม่ใช่ละเมอ  แต่มาจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์  ซึ่งรุกรานพุทธมาตลอด  ทั้งตามเส้นทางสายไหม (Silk Road) ในอินเดีย และในอินโดนีเซีย โดยการใช้ความรุนแรงคือการฆ่าฟัน การเผาทำลาย และการเพิ่มจำนวนคน อย่างในเมืองไทย คนมุสลิมในประเทศมีไม่พอก็ไปเคลื่อนย้ายมุสลิมจากต่างประเทศเข้ามา ไว้ตามมัสยิดต่าง ๆ ที่ระดมภาษีซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของชาวพุทธไปใช้สร้างไปทั่วทุกตำบล  (ลองแอบถามฝ่ายความมั่นคงดู) และดูเหมือนจะย่ามใจมากขึ้นเพราะไปเกาะติดผู้มีอำนาจรัฐได้ แต่เราก็ไม่หวั่นไหวอะไรมาก เพราะถือว่าอำนาจมีได้ก็หมดได้ 

@  จุดอ่อนของพุทธคือคำสอนที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรง  แต่จุดแข็งของอิสลามคือ คือ ฆ่า ใช้ความรุนแรง  และทำลาย  แนวความคิดนี้คงยากจะให้หมดไปจากอิสลามได้  เพราะเมื่อถือว่าเป็นบุญเสียแล้วก็คงใช้วิธีนี้ทำบุญกันต่อไป...แนวคิดนี้ อย่าว่าแต่กับคนศาสนาอื่นเลย แม้แต่กับมุสลิมด้วยกันเองก็ฮาลาลเลือดไม่เว้นแม้กระทั่งลูกหลานขององค์ศาสดา เพราะเหตุที่เพียงแค่ความเห็นต่างกัน 

@ คำสอนของศาสนาอิสลาม...ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อศึกษาแล้วนึกไม่ถึงว่าจะมีคำสอนทำนองนี้...คือ มีบทหนึ่งที่สอนเรื่องการฆ่าไว้โดยเฉพาะ เช่น สอนให้ฟันต้นคอศัตรู  ผมอ่านแล้วอ่านอีก และคิดสงสัยว่าทำไมต้องมีคำสอนอย่างนั้น ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อการสนับสนุนให้เกิดการฆ่าง่ายเหลือเกิน  จึงทำให้เกิดคำถามว่าความรุนแรงทั่วโลกเกี่ยวกับการทำของมุสลิมมาจากคำสอนนี้หรือเปล่า ?

@ การแบ่งแยก...เห็นได้ชัด มุสลิมภาคกลางบางแห่งจะแยกตนเองจากพุทธอย่างชัดเจน โดยอ้างวิถีชีวิตมุสลิมและอ้างว่าเป็นอัตลักษณ์ ผมไปประเทศมุสลิมหลายประเทศ ก็ไม่เห็นเขาอ้างความเคร่งครัดอะไรมาแยก เขามางานบุญของพุทธก็เห็นมาร่วมนั่งสมาธิ  เราก็ไม่ได้บังคับเขา  แต่เขาก็ยินดีร่วมงานเรา เวลากินข้าวก็ไม่เห็นรังเกียจว่าภาชนะพุทธไม่บริสุทธิ์  แต่ทำไมที่เมืองไทยต้องแยกกันมากมายเหลือเกิน ....

@ ยังกฏหมายชารีย์อะ ...การแยกพิจารณาคดีความ  มุสลิมต้องขึ้นศาลมุสลิม ไม่ต้องขึ้นศาลไทย  ทำทำไม ? 
     ถ้าไม่คิดแยกการปกครอง ไม่คิดแยกประเทศ แล้วก็น่าสงสัย ทางการไทยหลับหูหลับตาปล่อยไปได้ยังไง  ?  
     จะว่าทหารไม่รู้ก็ไม่ใช่ สมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ก็จะทำครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่กล้า แต่มารัฐบาลนี้เปิดทางเลย มุสลิมมีดีอะไร ? 
     ถึงปิดหูปิดตาคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองได้ ที่พุทธไทยขยับอะไรไม่ได้เลย ตามติดไม่เว้นแม้กระทั่งพระกระทั่งวัด  ทางการไทยเป็นอะไร? 

@ พูดถึงกฏหมายมุสลิม  ผมประหลาดใจ บางประเทศอนุญาตให้ออกกฏหมายสามีทำร้ายภรรยาได้ จึงน่าถามว่า ภรรยาไม่ใช่มนุษย์หรือ ? 
    นักสิทธิมนุษยชนหายหัวไปไหน ? กฏหมายนั้นไม่ขจัดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหรือ ?  
    ทำไมที่เมืองไทยแค่มหาวิทยาลัยนเรศวรไม่ยอมอนุญาตให้นักศึกษาพยาบาลมุสลิมสวมฮิยาบจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดสำนักจุฬาราชมนตรีต้องให้กระทรวงศึกษาธิการเอาเรื่องกับมหาวิทยาลัยนเรศวร อ้างว่าขัดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ?  
     แล้วมหาวิทยาลัยมีสิทธิจะป้องกันสิทธิขั้นพื้นฐานของตัวเองไหม ? 
     จะทำอย่างไรในเมื่อระเบียบมหาวิทยาลัยใช้กับนิสิตนักศึกษาศาสนิกของศาสนาอื่นได้ แต้ต้องยกเว้นให้เฉพาะแก่นิสิตนักศึกษามุสลิม ?

 @ ผมยืนยันว่า ไม่ได้บอกว่าให้เมืองไทยจำเป็นต้องเป็นเมืองพุทธเท่านั้น  ศาสนาอื่นก็มีบทบาทได้ ส่วนคนไทยจะหันไปยอมรับศาสนาไหนก็ไม่ว่า แต่ควรให้เป็นไปโดยธรรมชาติ  ไม่ใช่ใช้การบังคับ หรืออุบายใดๆ  

@  แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น  ขอให้ชาวพุทธอย่างพวกผมได้ออกตัวปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษไทยเลือกไว้คู่แผ่นดินไทยก่อน  เมื่อออกตัวแล้วสู้ไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน  เหมือนที่คนมุสลิมออกตัวปกป้องคุ้มครองศาสนาอิสลาม ในมาเลย์ก็มีมาแล้วขนาดบุกทุบศาสนสถานของพุทธ  เลยไปถึงอาฟกานิสตาน  พวกตาลีบันก็ทำลายพระพุทธรูปสัญลักษณ์สำคัญของชาวพุทธ

  เหตุผลก็เพื่อรักษาความเชื่อของศาสนาอิสลามและความเป็นมุสลิมไว้   จึงหวังว่า มุสลิมจะเปิดใจกว้างและขอให้สบายใจว่าจะไม่มีมุสลิมและศาสนสถานถูกทำร้ายอย่างที่มุสลิมในมาเลย์และอาฟกานิสตานทำแก่พุทธเด็ดขาด

@ และเพราะเหตุนี้ ก็อาจเป็นไปได้ที่ควรรู้สึกว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเป็นพุทธเท่านั้น ศาสนาอิสลามหรือศาสนาไหนมีบทบาทได้ แต่อาจไม่เหมาะกับนิสัยคนไทยในภาพรวมที่ลึกซึ้งกับพระพุทธศาสนามานาน..

พุทธพร้อมจะอยู่กับศาสนาไหนๆได้ทั้งนั้น เพราะถือว่าความบริสุทธิ์เป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีการตั้งข้อรังเกียจ  แต่จุดนี้ก็เสียเหมือนกันเพราะเอื้ออารีอย่างไร้ขีดจำดัด

@ ฤาถึงเวลาจะต้องมาตั้งท่าเอาจริงเอาจังกับวิถีพุทธเสียที
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Unknown

ขบวนการปล้นชาติ ทำลายล้างพระพุทธศาสนา!!!

- เป็นห่วงศาสนาพุทธ -

ในสมัยอภิสิทธิ์ เวชอาชีวะพยายามผลักดันกฎหมายซารีอะให้มาอยู่ในรัฐธรรมนูญไทย.




แต่มาในสมัยนี้ยัดเยียดใส่กฎหมายอิสลามไป21ฉบับและมีกฎหมายอยู่มาตราหนึ่งที่ยัดเยียดหมกเม็ดให้คนไทยรับภาระและให้มองเห็นโลกสวยในทุกด้าน

คือ...ให้กฎหมายอิสลามอันมีคัมภีร์อันกรุอานมีอำนาจอยู่เหนือรัฐธรรมนูญไทย..อิสลามทำผิดอะไรที่มีอยู่ในคัมภีถือว่าเป็นโมฆะ...



ในคัมภีร์อัลกรุอ่านฆ่าคนต่างศาสนาได้บุญนะครับ  กรุณาตีความหมายนี้ให้ดีนะชาวไทยพุทธ....ต่อไปประเทศไทยจะมีกฎหมายซ้อนกฎหมาย

คือจะมีศาลอิสลามขึ้นคู่กับศาลไทยทุกจังหวัดต่อไปอิสลามทำผิดกฎหมายจะต้องขึ้นตรงกับศาลอิสลามเพียงอย่างเดียว..

และออกกฎหมายให้มัสยิดที่สร้างไปต้องเป็นงบประมาณหลวงและโต๊ะอิหม่ำทุกคนต้องมีเงินเดือนโดยรัฐบาลจัดงบให้เพราะเป็นคนของหลวง...


เฉพาะกฎหมายให้คนอิสลามไปแสวงบุญโดยงบประมาณหลวงทั้งที่พัก รร.ที่กินที่อยู่ก็อ้วกแล้วยังจะต้องจัดสรรงบประมาณนี้ให้กับพวกเขาอีก

ต่อไปกฎหมายฮาลาลคนไทยในประเทศมีถึง 94 % แต่ทำกิจการอะไรเกี่ยวกับการบริโภคทุกอย่างแม้แต่น้ำเปล่าก็ต้องไปซื้อ เอกสารเครื่องหมายฮาลาล 10000 บาทและค่าผลิตภัณฑ์อีกต่างหากผลิตภัณฑ์ละ500บาทโดยที่คนไทยต้องเสียประโยชน์ไปฟรีๆ ปีละ 20,000 บาทเพราะต้องต่อทุกๆปี..

โดยที่เงินส่วนนี้ไม่เคยเข้ารัฐเลยแต่ไปเข้าองกรศาสนาอิสลามทั้งหมด....ชาวไทยพุทธเขามองเป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นแท้ๆและยังไม่มีใครรู้ตัวกันอีกว่าคนไทยเราเป็นประชากรประเภทสองไปแล้ว

ถ้าดูตามกฎหมายอิสลามอิสลามไม่พอใจอะไรก็ออกกฎหมายมาบีบบังคับคนไทยพุทธ...ใครออกมาปกป้องชาติพระพุทธศาสนาผู้มีอำนาจในบ้านเมืองก็หาว่าทำลายความแตกแยก...

ใครออกมาเคลื่อนไหวปกป้องชาติบ้านเมืองตนเอง  ก็กล่าวหาว่าทำลายความมั่นคง..



แต่การปล้นชาติทำลายล้างพระพุทธศาสนากลับเห็นเป็นคนดีหมดยกย่องกันอย่างงออกหน้าออกตา ใช้อำนาจเงินไปซื้อสื่อต่างๆ ทีวีทุกช่อง.

มุสชี่ครอบงำทั้งหมดและออกมาบิดเบือนโกหกต่อประชาชน โจมตีพระภิกษุแต่ละวันเพราะเขาซื้อสื่อต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว  


คนไทยส่วนมากก็คงจะถูกมุสชี่มอมเมาด้วยเกมโชว์หนังเกาหลียังนิ่งนอนใจว่าอะไรจะเกิดก็ช่างมันขอให้เราสบายเป็นพอนี่คือนิสัยของคนไทยส่วนมาก...




ตื่นเถอะพี่น้องชาวไทยพุทธตื่นมาร่วมกันต่อสู้กอบกู้เอกราชของเราคืนมาจากพวกโจรปล้นชาติ...รักเธอประเทศไทย    

หากรักศาสนาพุทธขอให้ส่งต่อนะครับ ส่งต่อไปไม่ต้องกลัวข้อหาก่อความแตกแยกนะ
Read More

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Unknown

"พรบ.กิจการฮัจย์" พาคนมุสลิมเข้าใช้อำนาจ !!

โดยใช้พรบ.กิจการฮัจย์เป็นกลยุทธ์ที่แยบยล!!
"พรบ.กิจการฮัจย์" พาคนมุสลิมเข้าใช้อำนาจ ผ่านกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
 โดยใช้พรบ.กิจการฮัจย์เป็นกลยุทธ์ที่แยบยล! ได้ทั้งเงินและอำนาจปกครองคนไทยทั้งประเทศ !!

และถึงขั้นล้มล้างพุทธศาสนา !!!

 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กำลังพิจารณาผ่านร่างพรบกิจการฮัจย์ในเร็ววันนี้.


 กลุ่มพลังแผ่นดินจึงขอยับยั้งหรือชะลอไว้ก่อนที่ภัยนี้จะส่งผล ถึงพระพุทธศาสนาและคนไทยทั้งประเทศ ตื่นเถิดชาวไทย.......


มุสลิมลุกคืบหนัก!!
  การเพื่อคนมุสลิมให้เร็วและจำนวนมาก ต้องให้มุสลิมแต่งกับพม่า เขมร ลาว ที่เข้ามาในประเทศไทย เป็นโอกาสดีของมุสลิม ที่มีพวกนี้มากมายเข้ามาทำงานในประเทศไทย

 ให้มุสลิมชาย 1 คนแต่งกับพวกนี้ภายในปีเดียวชายมุสลิม 1 คน จะมีลูกได้ลูก 4 คน รวมแม่อีกหนึ่งเป็น 5 คน 

 ใน 1 ปี มุสลิม 1 ล้านคนจะเพิ่มพลเมืองได้ 5 ล้านคน ภายใน 10 ปี จะเพิ่มเป็น 50 ล้านคน 

 หลังจากนั้น เร่งให้เด็กอายุครบ 12 ปี แต่งงาน และเพิ่มเป็น 60 ล้านคน



 ภายใน 12 ปีเท่านั้น เราจะเพิ่มมุสลิมได้มากกว่าไทยพุทธอีกเท่าตัว 

เรื่องนี้เก็บเป็นความลับอย่าให้รั่วไหล ไม่ต้องจดบันทึกก็ได้ให้รู้กันในหมู่มุสลิมเท่านั้น !!!
Read More

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Unknown

กินเจ หรือการรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นบุญจริงหรือไม่ ???

เรื่อง "การบริโภคเนื้อสัตว์"

สมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จพระญาณสังวร) เคยปรารถเรื่องการกินเจกับพระราชินีว่าคนไทย "เข้าใจผิด" อยู่มาก 


การกินเจ (ตั้งใจไม่กินเนื้อสัตว์) จริงๆไม่ได้บุญ

อธิบาย คือ เราไม่กินข้าวขาหมู แล้วคิด(จิตนาการ) ว่า หมูจะไม่ถูกฆ่า เปรียบได้กับเรานั่งอยู่บ้านเฉยๆ แล้วคิด(จิตนาการ) ว่า เราไปช่วยสอนหนังสือคนอนาถา บุญที่เราไปสอนหนังสือคนอนาถานั้น ไม่มี ไม่เกิด เพราะเรานึกๆ คิดๆไปเองไม่ได้ทำ ไม่ได้กระทำจริง ถ้าอยากได้บุญ เราต้องช่วยชีวิตสัตว์ มี ๒ ข้อ คือ 

๑.ช่วยชีวิตมันโดยการไถ่ชีวิต ซื้อสัตว์ที่กำลังถูกฆ่านำมาปล่อย 



๒.เมตตาสัตว์ไม่ทำร้ายมัน อย่างนี้เป็นบุญ 



แต่การกินเจ บุญไม่เกิด เพราะเราไม่ได้ลงมือกระทำจริง(ช่วยชีวิตสัตว์) เป็นเพียงแต่คิดไปเอง

พระเทวทัตเคยมาเสนอให้ชาวพุทธไม่กินเนื้อสัตว์ !!
พระพุทธเจ้าปฎิเสธ พร้อมให้เหตุผลว่า ..
๑. เนื้อสัตว์ไม่ใช่ของเหม็น อกุศลกรรมต่างหากที่เป็นของเหม็น 
๒. พระต้อง ควรเป็นผู้เลี้ยงง่าย 
๓. อนุญาติในการกินเนื้อสัตว์ที่ -ไม่เห็น -ไม่รู้ -ไม่ใช่เนื้อที่ฆ่าโดยเฉพาะให้ตน 
๔. อาหารเป็นแค่ของเลี้ยงกายไม่ให้ตาย อย่าสนใจมาก 

การรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นบุญหรือไม่ ?



การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำอะไร เป็นบุญหรือไม่เป็นบุญนั้น ต้องอาศัยกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ว่าด้วย บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง คือ 

๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน 
๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล 
๓. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา 
๔. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ 
๕. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ 
๖. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ 
๗. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ 
๘. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม 
๙. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม 
๑๐.ทิฏฐุชุกัมม์ การทำความคิดเห็นของตนให้ตรง 



 เมื่อเทียบเคียงกับบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ วิธี แล้ว ไม่พบว่าการรับประทานอาหารมังสวิรัติ คือ รับประทานแต่พืชผักเป็นวิธีทำบุญข้อใดเลย

 จึงไม่นับว่าเป็นวิธีทำบุญในพระพุทธศาสนา ลองคิดดูว่าถ้าการกินพืช เช่น ผัก หญ้า ได้บุญ แล้วสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร เช่น วัว ควาย แพะ แกะ ก็ต้องได้บุญมากกว่ามนุษย์ เพราะสัตว์พวกนี้กินพืชตลอดชีวิตไม่กินเนื้อสัตว์เลย 

การกินเนื้อสัตว์ บาป หรือ ไม่ ?

การที่จะวินิจฉัยว่าบาปหรือไม่บาปนั้น ต้องพิจารณาว่า การกินเนื้อสัตว์ที่ตายแล้ว เป็นการผิดศีลข้อปาณาติบาต หรือไม่ ศีลข้อปาณาติบาต คือ งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ นั้นจะผิดศีลก็ต่อเมื่อประกอบด้วย องค์ ๕ คือ 



๑. ปาโณ สัตว์มีชีวิต 
๒. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 
๓. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า 
๔. อุปกฺกโม พยายามที่จะฆ่า 
๕. เตน มรณํ สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น

 เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง ๕ ข้อ จึงถือว่าเป็นการฆ่าสัตว์ ผิดศีลข้อที่ ๑ เป็นบาป.

 แต่ถ้าไม่ได้ลงมือฆ่าเอง และไม่ได้ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ก็ไม่เป็นบาป ตัวอย่าง เราไปจ่ายตลาด ซื้อกุ้งแห้ง ปลาดุกย่าง ปลาทู เนื้อหมู ฯลฯ เราได้มีส่วนร่วมในการฆ่าสัตว์เหล่านั้นหรือไม่ ??



 สัตว์เหล่านั้นย่อมตายก่อนที่เราจะไปซื้อมาเป็นอาหาร ถึงเราจะซื้อหรือไม่ซื้อ สัตว์เหล่านั้นก็ตายอยู่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนทำให้ตาย. 

มีพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า 
“นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต” 
“บาป ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ” 

 การกินผักก็อาจจะต้องฆ่าสัตว์ทางอ้อมไปด้วยเช่นกัน เพราะต้องไถดิน ใส่ปุ๋ย ใช้ยากำจัดแมลง อาจทำให้แมลงต่างๆ ไส้เดือนตายได้ ถ้าแบบนี้บาปก็คงไม่ต้องทำสัมมาอาชีพกันเลย.

หลวงปู่แหวนท่านบอกว่า 

"ไอ้วัวควายกินหญ้าอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นเป็นพระอรหันต์ซักตัว"


(วิสัชนาธรรมโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ)
Read More

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Unknown

พิจารณาให้ดีๆ มองพุทธมณฑลปัตตานี !!!

ลองอ่านข้อเขียนนี้ดู พิจารณาให้ดีๆ
มองพุทธมณฑลปัตตานี
-------------------------



ไม่เห็นอนาคตพระพุทธศาสนาในประเทศไทย !

 กรณีพี่น้องมุสลิมคัดค้านการสร้างพุทธมณฑลปัตตานีจนทางราชการยอมถอย ต้องถือว่าเป็นการสูญเสียเอกราชทางวัฒนธรรมของประเทศไทย 

ผมเชื่อว่านี่จะเป็นก้าวแรกๆ ของการตั้งรัฐอิสระปัตตานี 
เพราะเมื่อพี่น้องมุสลิมห้ามอย่างหนึ่งได้ ต่อไปก็จะออกมาห้ามอย่างอื่นอีก 

เป็นต้นว่า :
- ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ต่อไปจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้น ถ้าเป็นชาวพุทธ ก็จะมีคนออกมาคัดค้านโดยอ้างว่าคนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เอาชาวพุทธมาเป็นผู้ว่าฯ มุสลิมยอมรับไม่ได้ (แต่มุสลิมเป็นผู้ว่าฯ ได้ทุกจังหวัด!)

- ใครจะสร้างวัดในปัตตานี ต่อไปจะต้องขออนุญาตมุสลิมก่อน 
- ส่วนวัดที่มีอยู่แล้ว ต่อไปก็จะมีคนออกมาคัดค้านว่า วัดพุทธมาอยู่ในจังหวัดที่มีมุสลิมเป็นส่วนมาก มุสลิมยอมรับไม่ได้ ต้องย้ายออกไปฯลฯ

ในอนาคต จะมิใช่เฉพาะจังหวัดปัตตานี แต่จะเป็นเช่นนี้ทั่วประเทศ !

ต่อไปชาวพุทธจะสร้างอะไร จะจัดกิจกรรมอะไรในแผ่นดินไทย จะต้องขออนุญาตมุสลิมก่อน 

ถ้ามุสลิมบอกว่า "ขัดต่อหลักคำสอนของอิสลาม" ก็สร้างไม่ได้ จัดไม่ได้ (แต่มุสลิมสร้างได้จัดได้ทั่วประเทศ!)
----------

ใครฝ่ายไหนก็ตามที่ต้องการจะแยกดินแดน และกำลังทำสงครามแยกดินดินอยู่ทางภาคใต้ในขณะนี้ จะกรุณาใจเย็นๆ ลองทบทวนยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีกันใหม่

แทนที่จะใช้การฆ่าพระฆ่าชาวพุทธเป็นหนทาง
เปลี่ยนมาใช้การรุกคืบทางศาสนาแทน น่าจะได้ผลดีกว่า

ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทางศาสนานี้ ผลสำเร็จจะมิใช่ได้เฉพาะรัฐอิสระปัตตานี หรือสาธารณรัฐปัตตานีเท่านั้น

แต่จะได้เมืองไทยทั้งประเทศ
ทำแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินอิสลามได้เมื่อใด
ก็เท่ากับได้แผ่นดินไทยทั้งประเทศเมื่อนั้น

ไม่ต้องใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว!
----------

ผมไม่ได้พูดประชด แต่อนาคตจะต้องเป็นเช่นนี้ ท่านที่เห็นด้วยกับการคัดค้านไม่ให้สร้างพุทธมณฑลปัตตานี อย่ารีบตายนะครับ กรุณาอยู่ให้ถึงวันที่อิสลามเป็นศาสนาประจำชาติไทยก่อน 

ถ้าอยู่จนถึงวันนั้นไม่ได้ สั่งลูกหลานไว้ให้รอดูก็ได้ครับ.

ขอสวัสดีล่วงหน้าให้แก่ประเทศไทย!!

ป.ล. ราชบุรีบ้านผมอิสลามกำลังแตกดอกออกช่อบานสะพรั่ง 

อีกไม่นานคงเต็มจังหวัด !
จังหวัดราชบุรีเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ที่เรียกกันว่า พระสี่มุมเมือง 

เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า ที่นี่เป็นแผ่นดินพระพุทธศาสนา

ในประเทศไทยมี ๔ องค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไปประดิษฐานประจำภาคทั้ง ๔ 


ภาคเหนือประดิษฐานที่จังหวัดลำปาง
ภาคตะวันออกประดิษฐานที่จังหวัดสระบุรี
ภาคตะวันตกประดิษฐานที่จังหวัดราชบุรี
ภาคใต้ประดิษฐานที่จังหวัดพัทลุง

จังหวัดเหล่านี้ ต่อไปเมื่อประชากรมุสลิมมีมากขึ้น พระประจำเมืองก็คงจะต้องย้ายออกไปไว้ที่ประเทศอื่น เพราะอยู่ตรงนี้ "มุสลิมยอมรับไม่ได้"

ผมยังหนักใจว่า-จังหวัดนครปฐม ถ้าต่อไปประชากรมุสลิมมากขึ้น จะย้ายพระปฐมเจดีย์ไปไว้ที่ไหนกัน

จะโดนระเบิดทิ้งแบบพระพุทธรูปที่บามิยัน (Bamiyan) ในอัฟกานิสถาน

หรือจะเก็บไว้เป็นซากโบราณสถานแบบบุโรพุทโธ (Borobudor) ในเกาะชวา

เตรียมคิดกันไว้ให้ดีนะครับ

----------

ไม่ได้พูดประชด แต่อนาคตจะต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน
และไม่ได้พูดเพื่อให้เกิดความแตกแยก
เพราะคนไทยไม่เคยก่อความแตกแยกกับศาสนาไหนๆ ที่มาเผยแพร่และที่มีอยู่ในประเทศไทย

มีแต่ศาสนาไหนๆ เท่านั้นที่มาก่อเหตุแตกแยกกับเรา
เช่น 

ในพิธีประดับยศ ทหารไทยเคยตั้งพระพุทธรูป ก็สั่งไม่ให้ตั้ง

พระพุทธรูปประจำหน่วยราชการเคยอยู่ตรงนั้น ก็สั่งให้เอาไปไว้ที่อื่น

เวลานี้บอกไม่ให้สร้างพระพุทธรูปที่ตรงนั้น

มุสลิมดีๆ ทั้งนั้นแหละครับที่ออกมาทำเรื่องแบบนี้

ที่ต้องพูดดักเอาไว้ก่อนก็เพราะว่า เวลาใครเอาเรื่องมุสลิมทำอย่างนั้นอย่างนี้กับพระพุทธศาสนาขึ้นมาพูด ก็จะต้องมีท่านจำพวกหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่า-

เป็นแผนให้เราแตกความสามัคคี 
มุสลิมที่เขาดีๆ ก็มีเยอะ 
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

เพราะฉะนั้น ใครเอาเรื่องแบบนี้ขึ้นมาพูดก็จะถูกตั้งข้อหาว่า-สร้างความแตกแยก

ผมเคยวาดภาพให้เห็น-เหมือนคนถูกเหยียบเท้า
ถ้าร้องขึ้น จะถูกตวาดทันทีว่าเอะอะโวยวายไม่เข้าเรื่อง

แต่ไอ้คนที่มันกำลังเหยียบเท้าเขาอยู่นั่น ไม่มีใครแตะเลย

เพราะถูกสะกดด้วยคาถา-มุสลิมดีๆ ก็มีเยอะ ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี อย่าตกเป็นเหยื่อของการสร้างความแตกแยก

แปลเป็นไทยว่า-คุณต้องยอมให้ผมเหยียบเท้าซะดีๆ และโดยสงบ อย่าโวย เพราการโวยเป็นการสร้างความแตกแยก

ลองสังเกตดูเถอะ เป็นอย่างนี้ทุกที

สวัสดีประเทศไทยอีกที!

และ ป.ล. อีกที

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อจะให้ใครเกลียดชังพี่น้องมุสลิมนะครับ
ขอให้เราปรองดองสมานฉันท์กันไว้ให้มั่นคง – เพราะพี่น้องมุสลิมเป็นคนดี ไม่เคยทำอะไรให้ชาวพุทธเราต้องเจ็บช้ำน้ำใจ และไม่เคยคิดที่จะเบียนเบียนรุกรานพระพุทธศาสนา

อย่าโกรธและอย่าเกลียดกัน ไม่ว่าใครจะทำอะไรเรา 
หรือใครที่มีหน้าที่ควรทำอะไร แต่กลับไม่ทำอะไร-ก็ตาม

และผมก็ไม่ได้ขอให้ใครไปทำอะไรใครด้วย

ขออย่างเดียวเท่านั้น คือขอให้ช่วยกันรู้ทันเอาไว้ให้มากๆ
เหมือนเจ้าของบ้านรู้ทันขโมยที่มักจะเข้าบ้านเมื่อเจ้าบ้านเผลอ
โดยหวังว่า เมื่อขโมยรู้ว่าเจ้าของบ้านรู้ทัน ก็จะไม่เข้ามาขโมยของ !

เรียกว่า-ให้เกียรติขโมย-ว่างั้นเถอะ !

แต่ถ้าขโมยยังหน้าด้านเข้ามาขโมยทั้งๆ ที่รู้ว่าเจ้าของบ้านเขารู้ตัวแล้ว

ถึงตอนนั้นเจ้าของบ้านก็ควรจะรู้ตัวว่าควรจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรและทำอย่างไร

แต่ถ้าถึงตอนนั้นเจ้าของบ้านยังไม่คิดจะทำอะไร-แบบที่ไม่ได้มีความคิดจะทำอะไรอยู่ในตอนนี้

ทีนี้ก็จะเห็นอนาคตของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยชัดแจ๋วแหววละขอรับ




นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๒๘ มกราคม ๒๕๕๙
๑๓:๓๕
Read More

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Unknown

เราชาวพุทธ อย่ามัวทะเลาะกันเอง !!!

เราชาวพุทธ!! อย่ามัวมาทะเลาะกันเอง 
หรือขาดความสามัคคี

#เอกสารลับ นโยบายยึดครองประเทศไทย
(ปูเนาะออกันซีแย ปูเนาะไทยแลนด์)

ความเชื่อของคนอิสลาน "การฆ่าคนเพื่ออิสลามไม่ผิด"
เขาสอนกัน ให้ทำเพื่ออัลลอย์ 

1. การทำ มีเด๊าะ มาอ๊ะ (การขอโทษ) ของพวกมันไม่ต้องไปสนใจ เพราะมันทำเหมือน พวก มากันซูซู (เด็กกินนม) ดูแล้วโจ๊ก สรุปความเห็นของมุสลิมเราคือ เดาะเซาะ มีเด๊าะมาอ๊ะ (ไม่ต้องมา ขอโทษ) ยิ่งทำอย่างนี้มากเท่าไร พวกเราต้อง บูวะ วีซียะ (เก็บมันให้เรียบ) พื้นที่ใด ที่มันไม่ยอมให้ ดาวะจากจังหวัดอาเจะ ประเทศอินโดนีเซียเข้าไปปกป้องอยู่ด้วย ก็เตรียมจัดการเมื่อมันออกมาจากพื้นที่ เหมือนเก็บพวกอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เก็บมันทั้งรถตู้เลย ง่ายดี แต่ต้องส่งสัญญาณให้มุสลิมเรารู้ตัว ถ้าเป็นมุสลิมนอกกรอบก็เก็บไปพร้อมกันเลย

2. การเสนอให้ปลดย้ายซะคาดู(ตำรวจ) และพวกกาเฟรซียัม(ข้าราชการ) ทหาร ให้มันย้ายที่ทำงานใหม่ มันจะไม่ชำนาญพื้นที่ จะทำให้เราฆ่ามันได้เพิ่มขึ้น อีกประการหนึ่ง เป็นธรรมชาติของไทยพุทธ มันไม่รัก กัน พวกมันโง่ หลอกง่าย ชอบ แย่งชิงอำนาจ อิจฉาริษยากันเองอยู่แล้ว ถ้าเรารีบแต่งตั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการอื่นขึ้นมาใหม่ จะได้หลอกใช้พวกมัน เพราะมันได้ตำแหน่งใหม่ ๆ จะเหิมเกริม เราก็หลอกว่าจะให้ตำแหน่งมัน เพราะพวกมันบ้าอำนาจเห็นกันอยู่แล้ว ส่วนคนที่ถูกปลดไปก็จะน้อยใจ ก็จะเกิดการต่อต้าน จะทำให้มันไม่มีสติ จะทะเลาะกัน แตกแยกกันเอง 

3.  บอกคนของเราและคนไทยพุทธที่เราซื้อไว้แล้วให้ช่วยกันเสนอคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น ส.ส. โดยให้กำหนดคุณสมบัติให้ต่ำกว่าปริญญาตรี พยายามต่อรองให้ใช้วุฒิ ม.3 หรือ ม.6 ก็ได้ เพราะวุฒินี้สามารถซื้อได้จากกระทรวงศึกษาธิการ เพียงหัวละ 5 พันบาท การณ์นี้คิดเผื่อไว้ให้คนมุสลิมในพื้นที่ และมุสลิมที่มาจากนอกประเทศมาอยู่ในไทย 4 ปี 5 ปี พอพูดภาษาไทยได้ เมื่อซื้อวุฒิแล้ว ก็ลงเลือกตั้งได้และต้องได้แน่นอนเพราะมีเงินซื้อเสียงมากพอ ฉะนั้นที่นั่งในสภาจะตกเป็นของมุสลิมเรามากที่สุดโดยขั้นแรก เราต้องพูดกรอกหูไทยพุทธว่า เพื่อช่วยคนจนต่างจังหวัดให้ได้ลงเลือกตั้ง ให้ดูว่าทำเพื่อคนไทยไม่ใช่ทำเพื่อมุสลิมเรา

4.  เรื่องปิดกั้น โค่นล้มศาสนาพุทธ ต้องทำต่อเนื่อง ให้จ้างคนพุทธและอาจารย์มหาวิทยาลัยและซื้อตัวผู้มีอำนาจทางการเมืองให้ช่วยเชียร์อิสลาม ปิดกั้นพุทธศาสนา ไม่ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ อย่าลืม ขณะนี้อำนาจอยู่ในมือมุสลิมเรา ต้องรีบทำโดยจ่ายเงินซื้อคนพุทธ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักหนังสือพิมพ์ เลือกผู้มีฝีปากดี ๆ ให้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เอาศาสนาพุทธ ไม่ต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพราะจะสร้างความแตกแยก เราต้องใช้ความขี้เกรงใจของคนพุทธให้เป็นประโยชน์กับเรา

5.  กรอกหูคนมุสลิมทุกคนที่นับถือศาสนาอิสลามและพูดภาษายาวีว่า เวลาพูดภาษาไทยต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลไทยมาถูกทางแล้ว ให้สมานฉันท์กันต่อไป อดทนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อดึงเวลาให้เราฆ่าคนพุทธและมุสลิมนอกกรอบให้สิ้นเสี้ยน ขณะเดียวกันเราก็ไปแทรกซึมทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย และจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทุกจังหวัด เพื่อมุสลิมเราจะได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอีกด้วย 

6.  ให้แกนนำบอกกันเหล่านักรบมุสลิม เราแต่งกายเลียนแบบทหาร ตำรวจ แล้วไปก่อการโจมตีกับพวกไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่บ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจผิด เราก็โยนความผิดให้ทหาร ตำรวจ จากนั้นให้แกนนำมุสลิมลงไปในหมู่บ้าน จัดกลุ่มสตรี เด็ก ออกประท้วง ด่าตำรวจ ทหาร ในการประท้วงทุกครั้ง ต้องเขียนข้อความลงในแผ่นกระดาษแข็ง หรือเขียนลงบนผ้าขาว แล้วถ่ายลง CD หรือโทรศัพท์มือถือและส่งไปทั่วโลกว่า มุสลิมโดนรังแก

7.  ทุกครั้งที่คนมุสลิมโดนจับ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะผิดหรือไม่ ให้ร่วมกันออกมาประท้วง โดยให้ผู้หญิงและเด็กออกมาประท้วงให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับ ถ้าไม่ปล่อยก็ให้ก่อวินาศกรรม เผาสถานที่ราชการให้เสียหาย

8.  การส่งคนอาหรับมาช่วยเราทำพาสปอร์ตปลอม เพื่อให้กลุ่มตาลีบันได้เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย เลือกดูจังหวัดที่สงบ เช่น สตูล เชียงราย อยุธยา สระบุรี นครสวรรค์นั่นแหละ เพราะพวกคนไทยมันโง่ มันไม่รู้หรอกว่าเป็นมุสลิมในพื้นที่หรือมุสลิมที่มาจากอัฟกานิสถาน อาหรับฯลฯ พวกคนไทยมันฟังภาษายาวียังไม่ได้เลย นับประสาอะไรจะไปฟังภาษาอื่น พวกมุสลิมที่มาจากนอก จะช่วยวางแผนด้านการก่อวินาศกรรมและโค่นประเทศไทยด้วย

9.  เร่งประสานไปยังแกนนำควนโดนที่จังหวัดสตูล ให้หาคนกลุ่มหนึ่งไปประสานเรื่องโครงการแลกเปลี่ยนด้านความร่วมมือระหว่างอาหรับกับสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เราจะต้องอาศัยสถาบันราชภัฏเป็นที่ฝึกครูของพวกเรา ในทางกลับกัน เราก็ล้างสมองพวกอาจารย์ราชภัฏให้เห็นฝ่ายเดียวกับมุสลิมเรา ให้ซื้อตัวอธิการบดี แล้วเราจะได้ทุกอย่าง คิดดูว่าถ้าทุกราชภัฏในประเทศไทยมีคนมุสลิมได้เข้าเรียนมากและดำเนินตามแผนที่วางไว้ ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในมือเราง่ายดาย มหาเดย์ สั่งว่า ให้เลือกไปติดต่อสถาบันราชภัฏในวันหยุดราชการ เพื่อพบอธิการบดีคนเดียว มุสลิมเราได้ ลงพื้นที่วางคนไว้ด้วย ตอนนี้ที่ราชภัฏ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีได้ผลดี อธิการบดีตกหลุมเราแล้วในโครงการธุรกิจการศึกษากับสถาบันในรัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย 

10.  มหาเดย์ (มหาเดย์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ชมเชยกลุ่มนักรบฟาตอนีว่าทำงานได้ผลดีมาก จะได้เป็นใหญ่ทุกคน ให้เลือกแกนนำที่เข้มแข็งไปฝึกอาวุธ ให้คนมุสลิมเขมรช่วยเข้ามาจัดการกับคนพุทธที่จันทบุรีและตราด เราต้องการพื้นที่ 2 จังหวัดนี้เอาไว้ก่อการในเขมร เมื่อเรายึดไทยได้แล้ว เราจะยึดเขมร เราทำให้เหมือนทาง 3 จังหวัดใต้ของไทย คือเอาพวกมุสลิมจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียและมุสลิมมาเลเซียมาก่อการร้ายในไทย เอามุสลิมเขมร,พม่าเข้ามาช่วยก่อการร้ายในไทย เมื่อได้ประเทศไทยแล้ว เราก็เอามุสลิมไทยที่เราฝึกไว้ไปรวมกับมุสลิมจากอาเจะห์, มุสลิมเขมร เข้าไปก่อการร้ายในพม่า เราก็ได้พม่า

11.  มหาเดย์ ให้เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นที่บัญชาการของเหล่านักรบ เพราะขณะนี้ทาง 3 จังหวัดใต้ อยู่ในมือเราแล้ว แย่งให้พวกแกนนำฟาตอนีลงมาแทรกซึมและแต่งงานกับคนไทยราชบุรี เพื่อดึงคนมาเป็นพวกมุสลิมในจังหวัดราชบุรี เราจะไม่ให้มีเหตุการณ์ร้าย แต่เราจะไปก่อการในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งในกรุงเทพฯ ขอสำทับว่าอย่าก่อการร้ายในจังหวัดราชบุรีเด็ดขาด เพราะใช้เป็นที่ซ่องสุมขุมกำลังและจะเอาเยาวชนมุสลิมมาลงที่ราชภัฏจอมบึง เหมือนกับที่เราไม่ก่อการร้ายในจังหวัดสตูล เพราะเราจะได้มีที่พบปะวางแผนกันในอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล มหาเดย์จะมาพบพวกเราที่ จ.สตูล และพบกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียนดี จะให้รางวัลด้วยมือมหาเดย์เอง ไม่มีใครรู้หรอกว่า ชายแดนประเทศมาเลเซียที่ติดกับจังหวัดสตูลนั้น เราขนวัสดุและอาวุธกันมานาน ตั้งแต่ท่านอารีย์เป็นผู้ว่าฯ

12.  ให้แกนนำที่มีสมองโต ไปบอกพวกมุสลิมกรุงเทพฯทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้ไปตีสนิทกับพวกหัวคะแนน ทั้งที่เป็น สก. สข. ถ้ามีโอกาสก็แต่งงานเอามาเป็นพวกเสียเลย เพื่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไปมุสลิมกรุงเทพฯ จะได้รับเลือก ส่วนในต่างจังหวัดเลือกเอาจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวก่อน ให้มุสลิมแต่งงานกับพวก อบต. หรืออดีตผู้เคยเป็น ส.ส. ให้เลือกดูหนุ่ม ๆ อนาคตดีเหมือนที่เราได้อภิรักษ์มาเป็นพวก

13.  การวางกำลังมุสลิมไว้ชายแดนไทย โดยกองบัญชาการในเขตภาคกลางของเราจะอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เราจะวางคนมุสลิมเราไว้ 16 จุด เพราะราชบุรีเป็นจังหวัดเล็ก แต่เราจะเอาคนมุสลิมเราไปวางไว้ที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 40 จุด เช่น อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแพร่เข้าไปในพม่าด้วย โชคดีที่พระอุตมะที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของกระเหรี่ยงพุทธ มอญพุทธ เสียชีวิตแล้ว เอาคนของเราเข้าแต่งงานกับพวกนี้ แล้วย้ายกระจายไปที่อื่นด้วย กลืนมาเป็นมุสลิมให้หมด 

บริเวณไทรโยคให้เอาไปวาง 3 ครอบครัว อ.ทองผาภูมิ 3 ครอบครัว อ.ศรีสวัสดิ์ 5 ครอบครัว อ.สวนผึ้ง 5 ครอบครัว อ.บ้านคา 3 ครอบครัว อ.หนองปรือ 5 ครอบครัว อ.บ่อพลอย 5 ครอบครัว อ.พนมทวน 5 ครอบครัว อ.ท่าม่วง 3 ครอบครัว อ.ท่ามะกา 3 ครอบครัว จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม วางไว้ 42 จุด ตามชายฝั่งทะเล รายละเอียดดูตามแผนที่ประกอบ 

จังหวัดชลบุรี เน้นแหล่งท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะศรีราชา หาดจอมเทียน บางละมุง แม้แต่ที่เกาะสีชัง เกาะยายเท้า เกาะค้างคาว เกาะขามเล็ก เกาะขามใหญ่ ฯลฯ คนมุสลิมที่จะเอาไปวางไว้ชายฝั่งทะเล ให้เลือกผู้ที่ชำนาญการประมงจาก อ.ปานาเระ อ.มายอ จ.ปัตตานี อ.เมือง จ.นราธิวาส และพวกเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเขาเหล่านี้จะได้ออกทะเล หาปลาด้วย คุมพื้นที่ด้วย   จังหวัดจันทบุรี ให้วางไว้ 34 จุด และจังหวัดตราด 31 จุด จุดใหญ่ที่จะประสานคือ ที่ อ.แก่งหางแมว เป็นที่รู้กัน มุสลิมเราซื้อที่ดินไว้นานแล้ว นอกนั้นวางมุสลิมให้อยู่รอยต่อตะเข็บชายแดนเพื่อฝึกอาวุธในเขตเขมร

 แกนนำมุสลิมในอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ให้ช่วยจัดมุสลิมไปวางไว้ที่ จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี ให้วางไว้ 25 จุดพอ เพราะไม่ใช่ตะเข็บชายแดน แต่ให้ทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วย จ.สระแก้ว ให้วางไว้ อ.โรงเกลือ เพื่อทำการค้าและแพร่ไปในเขมรได้ง่าย ทั่วจังหวัดสระแก้ว วางไว้ 28 จุด อ.กบินทร์บุรี วางไว้ 25 จุด ส่งคนทำงานในโรงงาน ๆ ละ 2-3 คน อย่าให้มาก คนพุทธจะไหวตัว เขตนครราชสีมาวางไว้ 32 จุด
 ในภาคอีสานทั้งหมด เน้นจังหวัดท่องเที่ยวและรอยต่อตะเข็บชายแดน เพื่อซื้อคนเขมร มาฝึกและคนเขมรให้ลงใต้ ช่วยก่อการร้ายใน 4 จังหวัดภาคใต้ของไทย 

 ภาคเหนือ แหล่งใหญ่อยู่ที่เชียงราย 7 พันกว่าคน ให้ถอนผู้ที่สมรสใหม่ ไม่มีบุตร เอาไปวางไว้อำเภอดอยปุย จ.เชียงใหม่ 5 จุด ทำร้านขายโรตี 1 ร้าน ร้านขายกาแฟ 1 ร้าน ขายเสื้อผ้า 2 ร้าน ขายของที่ระลึก 1 ร้าน เป็นที่น่ายินดีที่ร้านนี้ได้แต่งกับผู้หญิงชาวม้งพื้นที่ และหญิงม้งผู้นี้กำลังตั้งครรภ์แล้ว นอกจากนี้ได้ติดต่อผู้หญิงม้งอื่น ๆ ให้กับมุสลิมเราด้วย เป็นการเพิ่มมุสลิมดีจัง 

ให้มุสลิมเราไปก่อเหตุฆ่าม้งพื้นที่ ให้ออกไปหาเรื่องครอบครองร้านค้าของคนม้งให้หมด คนไทยพุทธมันไม่รู้หรอกว่าดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงค์ฯ ไม่ถึง 3 กิโลเมตร หรือเพราะพวกมันไม่คิดว่าเราจะล้วงคอ งูจงอาง ฐานกำลังฐานเสียงของเราส่วนใหญ่อยู่ใกล้พระราชฐานทั้งนั้น รอเวลาอีกนิด เมื่อเลือกตั้งอีก 2 ครั้ง มุสลิมเราจะได้ที่นั่งมากกว่าไทยพุทธที่เคยได้แน่นอน 

14.  เรื่องเงินสำหรับคนมุสลิมที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในจังหวัดต่าง ๆ มหาเดย์บอกว่า ท่านมอบเงินให้ท่านวันนอร์มาแล้ว ให้จ่ายให้รายละ 3 แสน รวม 76 จังหวัด ถัวเฉลี่ยจังหวัด 30 ครอบครัว รวมเป็น 2,280 ครอบครัว รวม 684 ล้าน แต่ท่านวันนอร์ได้รับ 700 ล้าน ไม่เป็นไรส่วนที่เหลือเก็บไว้ก่อน เพราะเราจะเอามุสลิมไปวางไว้เพื่อทำการค้าที่เชียงแสนเพิ่มอีก เพราะมีร้านป้าเด๊ะร้านเดียว คนมาท่องเที่ยว
Read More